•       ผมได้ทำหน้าที่เป็นตากล้อง บันทึกภาพนิ่ง บันทึกวิดีโอกิจกรรมของโรงเรียนและหน่วยงานอื่นก็หลายครั้ง ทุกครั้งก็ต้องทำการตัดต่อวิดีโอให้สมบูรณ์ ซึ่งบางกิจกรรมก็จะมีนักเรียนชุมนุมถ่ายภาพและวิดีโอไปช่วยงานด้วย บางครั้งไปถ่ายวิดีโอของครูตามโรงเรียนต่างๆ ในอำเภอเพื่อนำมาทำวิดีโองานเกษียณอายุราชการก็ต้องพานักเรียนไปช่วยกันถ่ายทำ พอกลับมาโรงเรียนก็นำไฟล์วิดีโอมาตัดต่อ ตอนตัดต่อนี่ล่ะครับมันยุ่งยากพอสมควร ยิ่งถ้าเวลาในการทำงานช่วงสั้นๆ ต้องรีบทำให้เสร็จยิ่งเครียด ก็เลยมีหลักการที่ผมทำจากประสบการณ์ของตัวเอง ไม่ได้เป็นทฤษฎีอะไรหรือเป็นหลักตามตำราเล่มใด มาเล่าให้ฟังเผื่อเป็นข้อมูลในการทำงานให้กับผู้อ่านได้บ้างดังนี้ครับ

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
      ก่อนออกไปทำงานก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนครับซึ่งสิ่งที่ต้องเตรียมไปก็คือ
      1. ชาร์จแบตเตอรี่ทุกก้อนให้เต็ม  จะใช้แบตเตอรี่กี่ก้อนสำหรับกล้องภาพนิ่ง กล้องวิดีโอ ก็ชาร์จให้เต็มทุกก้อนเพื่อไม่ให้งานสะดุด
      2. ตรวจสอบการ์ดเมมโมรี่  ตรวจสอบให้ว่างที่สุดถ้ามีงานเก่าอยู่ก็ต้องเอาออกให้หมด เพราะเราไม่รู้ว่าการ์ดจะเต็มตอนไหน ยิ่งเป็นกล้องความละเอียดสูงก็ยิ่งใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากตามกัน ควรเตรียมการ์ดเมมโมรี่ไว้สัก 2-3 การ์ดต่อกล้องหนึ่งตัว แต่บางครั้งอาจต้องเตรียมมากกว่า ก็ดูว่างานของเราต้องถ่ายนานมากน้อยแค่ไหน
      3. ขาตั้งกล้อง  ก็ต้องเตรียมให้พร้อม ไม่ควรถือกล้องด้วยมือข้างเดียวแล้วถ่ายวิดีโอเพราะจำทำให้ภาพสั่นไม่น่าดูได้ การใช้ขาตั้งกล้องจะทำให้ภาพนิ่งกว่า
      4. กระเป๋าใส่อุปกรณ์  เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการกระทบกระแทกได้
      5. ไฟประกอบ  ผมขอเรียกอย่างนี้ก็แล้วกันถ้าเรียกไม่ถูกต้องก็ขออภัยด้วยครับ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยตัดเงาและเพิ่มความสว่างให้คนที่ถูกถ่ายวิดีโอ (ดารา) ได้เป็นอย่างดีเพราะเราไม่รู้สภาพอากาศว่ามีแสงมากน้อยเพียงใด เตรียมไว้ก็ไม่เสียหาย
      6. ไมโครโฟน  ควรมีทั้งไมบลูมและไมโครโฟนไร้สาย จำเป็นอย่างยิ่งเพราะจะช่วยให้การอัดเสียงชัดเจนยิ่งขึ้น
      7. คนแบกอุปกรณ์  ความจริงก็คือเพื่อนร่วมงานครับ จะเป็นครู นักเรียน หรือบุคคลอื่น อันนี้ก็คงต้องช่วยกันแบกอุปกรณ์ ถ้ามีอุปกรณ์เยอะ
      8. น้ำดื่ม  จำเป็นมากเพราะทำงานแล้วก็ต้องมีน้ำดื่มบางทีหาซื้อไม่ได้ก็ทำให้การทำงานไม่สนุก เหนื่อยอีกต่างหาก
      9. อาหาร  ถ้าจำเป็นนะครับแต่ส่วนมากไม่ค่อยจำเป็นเพราะหากินได้ระหว่างทาง

วางแผนการทำงาน
       ต้องวางแผนการบันทึกวิดีโอให้เรียบร้อย จะบันทึกอย่างไร วางมุมกล้องยังไง ต้องการข้อมูลอะไรบ้าง ฯลฯ เตรียมให้ชัดเจน ต้องวางแผนให้ดีครับโดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอที่มีบุคคลอื่นมาร่วมด้วย เพราะการถ่ายทำซ้ำอีกครั้งยากกว่าครั้งแรกแน่นอน

นัดหมายผู้เกี่ยวข้อง
      นัดหมายผู้เกี่ยวข้องให้ชัดเจนว่าจะเดินทางไปพบวันไหนเวลาใด แล้วก็ต้องตรงเวลาเพราะทุกคนมีกิจจำเป็นด้วยกันทั้งนั้น จากนั้นให้รักษาเวลาในการทำงาน ถ้าจะให้ลงตัวต้องวางแผนให้รัดกุม วางแผนเผื่อถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นแล้วมีวิธีแก้ไขอย่างไร ตรงนี้ต้องทำงานบ่อยๆ ก็จะมองเห็นขอบเขตของงานและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น แบตหมด บันทึกเสียงไม่ดี รถเสีย การจราจรติดขัด ฯลฯ

บันทึกวิดีโอ
      เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เริ่มงานบันทึกวิดีโอ

ตัดต่อ
      หลังบันทึกวิดีโอเรียบร้อยก็ถึงขั้นตอนการตัดต่อด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีหลักการทำงานที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์มาเล่าให้ฟังคือ
      1. ตัดต่อวิดีโอหลักให้เสร็จ ถ้ามีการถ่ายหลายมุมกล้องให้เลือกมุมกล้องหลักมาตัดต่อให้เสร็จก่อน เช่น ตัดเสียงที่ไม่เหมาะสม ตัดฉากหลุดๆ ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เป็นต้น ที่ต้องให้ทำวิดีโอหลักให้เสร็จก่อนเพราะเคยพบปัญหาตัดต่อวิดีโอไปและใส่เสียง ใส่ข้อความ ไปพร้อมกัน งานที่ได้จะเสร็จช้ากว่าตัดต่อวิดีโอให้เสร็จก่อนแล้วค่อยใส่สิ่งเหล่านั้นที่หลังเพราะเครื่องที่ทำบางครั้งก็ใช้คอมธรรมดาแรมนิดเดียว 2 Gb แต่ตัดต่อวิดีโอระดับ Full HD ถ่ายมาแค่ นาทีกว่าๆ แต่ขนาดไฟล์เป็นร้อย Mb หรือบางไฟล์ขนาดเป็น Gb ก็มี ตัดต่อไปใส่โน่นใส่นี่ไปเรื่อย อยู่ๆ เครื่องหยุดทำงานไปเลย ก็เครียดสิครับงานใกล้เสร็จต้องมาเริ่มทำใหม่
      2. เปิดวิดีโอที่ตัดต่อเสร็จแล้วดูก่อน 1 รอบเพื่อตรวจสอบว่าตรงตามความต้องการหรือยัง
      3. ใส่ Effect ระหว่างรอยต่อของวิดีโอ
      4. ใส่ข้อมูลใน Overlay Track ให้เรียบร้อย
      5. ใส่ข้อความ เสียงประกอบ ตามลำดับ
      6. ตรวจสอบความถูกต้องแล้วก็เปิดดูอีก 1 รอบ
      7. เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ Render
      เวลาตัดต่อต้องเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์สเปกแรงนิดนึงโดยเฉพาะ RAM ยิ่งเยอะยิ่งดี การ์ดจอก็ต้องมีสเปกดีๆ เช่น RAM เยอะๆ ชิปการประมวลผลค่อนข้างดี เป็นต้น เนื่องจากโปรแกรมตัดต่อวิดีโอส่วนมากใช้ RAM เยอะ แล้วก็ใจเย็นๆ เวลาโปรแกรมทำงานไม่ทันใจเรา ที่สำคัญ กดบันทึกบ่อยๆ อย่ามั่นใจโปรแกรมตัดต่อมากนัก อยู่ดีๆ มันก็หยุดทำงานเฉยๆ เลยก็มี ถ้าไม่บันทึกงานไว้ก็ต้องเริ่มทำใหม่เสียเวลาเปล่าๆ
      เล่าให้ฟังครับ ทำตามขั้นตอน 7 ข้อนี้ตามลำดับ งานที่ทำจะเสร็จเร็วขึ้นและไม่เสียเวลามาก...