เมื่อเตรียม VirtualBox พร้อมที่จะติดตั้ง CentOS6.6 แล้ว ในที่นี้ครูกนนได้ทดลองติดตั้ง CentOS6.6 โดยใช้ ADSL Modem Router ข้อมูลเบื้องต้นก็มีดังนี้
      1. IP Address  192.168.1.33  เป็น IP ของการ์ดเน็ตเวิร์กที่จะใช้กับ CentOS6.6
      2. Subnet Mask  255.255.255.0  เป็น Subnet Mask Class  C ที่ใช้กับ IP ของการ์ดเน็ตเวิร์ก
      3. Gateway  192.168.1.1  เป็น IP ของ Gateway การ์ดเน็ตเวิร์กที่จะใช้กับ CentOS6.6
      4. DNS  8.8.8.8  เป็น IP ของ Google DNS ที่เราจะใช้ทดสอบการใช้งาน CentOS6.6
      ทั้ง 4 ข้อด้านบน เป็นตัวอย่างในการทดลองติดตั้ง CentOS6.6 หากนำไปใช้งานกับ Server จริงท่านต้องเปลี่ยนเป็นข้อมูลของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ท่านใช้งานอยู่

1. เมื่อคลิกปุ่ม Start ใน VirtualBox ก็จะขึ้นหน้าต่างติดตั้ง CentOS6.6 ให้กด Enter

    centos6-2-2

 

2. รอสักครู่ขณะที่ CentOS6.6 กำลังเริ่มติดตั้ง

    centos6-2-3

 

3. รอสักครู่ขณะที่ CentOS6.6 กำลังเริ่มติดตั้ง

    centos6-2-4

 

4. กดปุ่มลูกศรเลื่อนไปเลือก Skip เพื่อข้ามการตรวจสอบ media แล้วกด Enter 

    centos6-2-5

 

5. จะเข้าสู่หน้าต่างติดตั้ง CentOS6.6 ให้คลิกปุ่ม Next

    centos6-2-6

 

6. ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนไปเลือก English (English) แล้วคลิกปุ่ม Next

    centos6-2-7

 

7. ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนไปเลือก English (English) แล้วคลิกปุ่ม Next

    centos6-2-8

 

8. คลิกปุ่ม Basic Storage Devices แล้วคลิกปุ่ม Next

    centos6-2-9

 

9. จะมีหน้าต่างขึ้นมา ให้คลิกปุ่ม Yes, discard any data 

    centos6-2-10

 

10. ใส่ Hostname ตามต้องการ แล้วคลิกปุ่ม Configure Network เพื่อตั้งค่าการ์ดเน็กเวิร์ก

    centos6-2-11

 

11. ตั้งค่าการ์ดเน็ตเวิร์กดังนี้
      หน้าต่างหมายเลข 1 ให้คลิก System eth0 แล้วคลิกปุ่ม Edit
     
หน้าต่างหมายเลข 2 ให้คลิก
          - ปุ่ม Connect automatically ให้มีเครื่องหมายถูกเพื่อให้การ์ดเน็ตเวิร์ก
            เริ่มทำงานทุกครั้งที่ boot เครื่อง Server
          - ปุ่ม IPv4 Setting
          - คลิกเลือก Manual ที่รายการ Method เพื่อกำหนดค่าการ์ดเน็ตเวิร์กเอง
          - คลิกปุ่ม Add แล้วตั้งค่าการ์ดเน็กเวิร์กตามที่ได้วางแผนไว้ข้างต้น
          - ในช่อง DNS ใส่ DNS ที่ต้องการ ในภาพตัวอย่างใส่ 192.168.1.1
             แต่เราจะใส่เป็น 8.8.8.8 ตามที่ได้วางแผนไว้ข้างต้นก็ได้
      เมื่อใส่ค่าต่างๆเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม Apply ด้านล่าง สำหรับการตั้งค่าการ์ดเน็กเวิร์ก
      เราสามารถตั้งค่าหรือปรับเปลี่ยน ได้อีกครั้งเมื่อติดตั้ง CentOS6.6 เสร็จแล้ว

    centos6-2-12

 

12. คลิกปุ่ม Close

    centos6-2-13

 

13. เสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม Next

    centos6-2-14

 

14. เลือก Time Zone เป็น Asia/Bangkok แล้วคลิกปุ่ม Next

    centos6-2-15

 

15. ใส่รหัสผ่านของ root ตามต้องการ แล้วก็จดไว้กันลืมเพราะเราต้องใช้ตอนปรับแต่ง CentOS6.6 

    centos6-2-16

 

16. คลิกเลือก Create Custom Layout ิเพื่อสร้าง Partition ใน Harddisk ด้วยตนเองแล้วคลิกปุ่ม Next

    centos6-2-17

 

17. คลิกรายการ Free แล้วคลิกปุ่ม Create

    centos6-2-18

 

18. คลิกเลือก Standard Partition แล้วคลิกปุ่ม Create

    centos6-2-19

 

ต่อไปจะเป็นรายการเลือกสร้าง Partition ใน Harddisk ซึ่งมี Partition หลักๆ และหน้าที่ของแต่ละ Partition ดังนี่้
      /boot    เป็นส่วนที่ใช้ boot CentOS ขึ้นมาใช้งาน ขนาด Partition ไม่ควรมากนัก
                  เพราะถ้ามากเกินไปอาจโดนแฮกได้ง่ายๆ
      /           เรียกว่า root partition เอาไว้เก็บโปรแกรมต่างๆที่ติดตั้งใช้ในเครื่อง Server มีขนาดมากๆ ก็ดี
      /home  เป็นส่วนที่ใช้เก็บพื้นที่สร้างเว็บของ User แต่ละคน
      /var      เป็นส่วนที่ใช้เก็บเว็บไซต์ ่ขององค์กร
      swap    ทำหน้าที่เสมือนหน่วยความจำ จะทำงานเมื่อ RAM จริง ๆ ถูกใช้งานหมด 
ซึ่งเราสามารถเลือกสร้าง Partition อื่นๆได้ตามต้องการขึ้นอยู่กับงานที่เราจะใช้ แต่อย่าลืมว่าไม่ควรสร้าง Partition 
ให้มีขนาดเกินกว่าขนาดของ Harddisk ที่เราใช้จะได้ไม่เกิดปัญหา และควรวางแผนสร้าง Partition ให้เรียบร้อยก่อน
เพื่อให้ระบบของเราทำงานได้ดีไม่มีปัญหานั่นเอง
ในตัวอย่างการสร้าง Partition ด้านล่าง เป็นการสร้าง Partition สำหรับ Harddisk ขนาด 10 G ถ้า Harddisk ของท่าน
มีขนาดมากกว่า ก็ควรวางแผนการกำหนดขนาด Partition ให้เรียบร้อยก่อน
19. สร้าง boot partition ให้เลือกรายการต่างๆ ดังนี้
      Mount Point เลือกเป็น   /boot 
      File System Type เลือกเป็น   ext4
      Size (MB) 
ใส่ตัวเลข  200
      Additional SizeOptions  
เลือกเป็น   Fixed size
     เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

    centos6-2-20

 

20. สร้าง root partition ให้เลือกรายการต่างๆ ดังนี้
      Mount Point เลือกเป็น   /
      File System Type เลือกเป็น   ext4
      Size (MB) 
ใส่ตัวเลข  5000
      Additional SizeOptions 
เลือกเป็น   Fixed size
   
 เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

    centos6-2-21

 

21. สร้าง home partition ให้เลือกรายการต่างๆ ดังนี้
      Mount Point เลือกเป็น   /home
      File System Type เลือกเป็น   ext4
      Size (MB)
ใส่ตัวเลข   2000
      Additional SizeOptions 
เลือกเป็น   Fixed size
     เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

    centos6-2-22

 

22. สร้าง var partition ให้เลือกรายการต่างๆ ดังนี้
      Mount Point เลือกเป็น   /var
      File System Type เลือกเป็น   ext4
      Size (MB)
ไม่ต้องใส่ตัวเลขอะไรลงไปเพราะเราจะใช้พื้นที่ที่เหลือทั้งหมดสร้าง partition var  
      Additional SizeOptions 
เลือกเป็น   Fill to maximum allowable size 
                                               เพื่อใช้พื้นที่ที่เหลือทั้งหมดสร้าง partition var
     เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

    centos6-2-23

 

23. สร้าง swap ปกติขนาดของ swap ควรตั้งให้เป็น 2 เท่าของ RAM
      Mount Point ไม่ต้องเลือกอะไร
      File System Type เลือกเป็น   swap
      Size (MB) 
ใส่ตัวเลขเป็น 2 เท่าของ RAM ในตัวอย่างคือ  1024
      Additional SizeOptions 
เลือกเป็น   Fixed size
      เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

    centos6-2-24

 

24. เราก็จะได้ Partition ตามต้องการ

    centos6-2-25

 

25. ท่านสามารถสร้าง Partition ใหม่ด้วยการคลิกปุ่ม Create หรือแก้ไข Partition ด้วยการคลิกเลือก
      Partition ที่ต้องการแล้วคลิกปุ่ม Edit หรือลบ Partition ด้วยด้วยการคลิกเลือก
      Partition ที่ต้องการแล้วคลิก Delete
     
เมื่อสร้าง Partition ได้ตามต้องการแล้วก็คลิกปุ่ม Next

    centos6-2-26

 

26. จะมีหน้าต่างถามว่าหาก Format ข้อมูลใน Harddisk จะหายไป ให้คลิกปุ่ม Format

    centos6-2-27

 

27. ให้คลิกปุ่ม Write changes to disk

    centos6-2-28

 

28. รอสักครู่

    centos6-2-29

 

29. ตรงนี้คลิกปุ่ม Next ได้เลยครับ

    centos6-2-30

 

30. คลิกเลือก Web Server หรือเลือกรายการอื่นตามวัตถุประสงค์ของการนำ Server ไปใช้งาน
      และสำคัญมากๆ ให้คลิกปุ่ม Customize now ด้วยเพื่อเราจะได้เลือกติดตั้ง Packages ได้ต่อไป
      จากนั้นคลิกปุ่ม Next

    centos6-2-31

 

31. คลิกรายการ Applications แล้วคลิกเลือกรายการ Internet Browser ให้มีเครื่องหมายถูกเพื่อติดตั้ง
      Firefox เป็น Browser ใน CentOS6.6

    centos6-2-32

 

32. คลิกรายการ Databases แล้วคลิกเลือกรายการ MySQL Database client , MySQL Database server 
      ให้มีเครื่องหมายถูก

    centos6-2-33

 

33. คลิกรายการ Desktops แล้วคลิกเลือกรายการต่างๆ ตามภาพด้านล่าง

   centos6-2-34

 

34. คลิกรายการ Languages แล้วคลิกเลือก Thai Support

    centos6-2-35

 

35. คลิกรายการ Servers แล้วคลิกเลือกรายการต่างๆ ตามภาพด้านล่าง

    centos6-2-36

 

36.คลิกรายการ Development แล้วคลิกเลือกรายการ Development tools

    centos6-2-37

 

37.คลิกรายการ Web Services แล้วคลิกเลือก PHP Support จากนั้นคลิกปุ่ม Optional packages 
     เพื่อเลือกรายการย่อยของ PHP Supprot จากนั้นคลิกเลือกรายการ php-mysql-5.3.3.38 
     แล้วก็คลิกปุ่ม Close

    centos6-2-38

 

38.คลิกรายการ Web Services แล้วคลิกเลือก Web Server จากนั้นคลิกปุ่ม Optional packages 
     เพื่อเลือกรายการย่อยของ Web Server จากนั้นคลิกเลือกรายการ mod_auth_mysql-3.0.0.11 
     แล้วก็คลิกปุ่ม Close

    centos6-2-39

 

39.คลิกรายการ Web Services แล้วคลิกเลือก Web Server จากนั้นคลิกปุ่ม Optional packages 
     เพื่อเลือกรายการย่อยของ Web Server จากนั้นคลิกเลือกรายการ squid-3.1.10-29
     
ตรงนี้หากไม่ต้องการใช้ squid ก็ไม่ต้องคลิกเลือก แล้วก็คลิกปุ่ม Close

    centos6-2-40

 

40. ตรวจสอบการเลือก Packages ให้เรียบร้อยแล้วคลิกปุ่ม Next

    centos6-2-41

 

41. จากนั้น CentOS6.6 จะติดตั้ง Packages ต่างๆที่เราเลือกลงไป

    centos6-2-42

 

42. รอ CentOS6.6 ติดตั้ง Packages ครู่ใหญ่

    centos6-2-43

 

43. การติดตั้ง Packages จะนานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเลือก Packages มากแค่ไหน เครื่องเรามี RAM เท่าไรด้วย

    centos6-2-44

 

44. ติดตั้ง Packages เสร็จเรียบร้อยให้นำแผ่น DVD ออกจากเครื่องอ่าน DVD แล้วคลิกปุ่ม Reboot

    centos6-2-45

 

45. เมื่อเครื่อง Reboot เรียบร้อยก็จะเข้าสู่หน้าต่างการเปิดใช้งาน CentOS6.6

    centos6-2-46

 

46. เมื่อ Reboot เรียบร้อยแล้วก็จะเข้าสู่หน้าต่างการ Config ค่าต่างๆ อีกครั้ง ตรงนี้ให้คลิกปุ่ม Forword

    centos6-2-47

 

47. ตรงนี้ก็คลิกปุ่ม Forword อีกได้เลย

    centos6-2-48

 

48. ตรงนี้ให้ใส่ข้อมูล User เพิ่ม 1 คน และเราควรจดจำ Username กับ Password ให้ได้แล้วก็คลิกปุ่ม Forword

    centos6-2-49

 

49. ตั้งค่า เวลา วันที่ ให้ถูกต้องแล้วคลิกปุ่ม Forword

    centos6-2-50

 

50. เมื่อตั้งค่าต่างๆเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม Finish

    centos6-2-51

 

51. ก็จะเข้าสู่หน้าต่าง Login เข้าใช้งาน CentOS6.6 ให้เราใส่ Username กับ Password ที่เราใส่ไปเมื่อครู่นี้ลงไป
      แล้วคลิกปุ่ม Login

    centos6-2-52

 

52. เมื่อ Login เรียบร้อยแล้วก็จะเข้าสู่หน้าจอ CentOS6.6

    centos6-2-53

 

ต่อไปเราจะสำรวจว่าการ์ดเน็ตเวิร์กของเราได้ถูกตั้งค่าเมื่อตอนติดตั้งแล้วหรือยัง สำหรับท่านที่ลืมคลิกปุ่ม
Configure Network เพื่อตั้งค่าการ์ดเน็กเวิร์ก จากข้อ 10 ในขั้นตอนการติดตั้งด้านบน ท่านสามารถตั้งค่า
การ์ดเน็กเวิร์กได้ตามตัวอย่างด้านล่าง

53. ให้คลิกเมนู System เลือกรายการ Network Connections

    centos6-2-54

 

54. ตั้งค่าการ์ดเน็ตเวิร์กดังนี้

      หน้าต่างหมายเลข 1 ให้คลิก System eth0 แล้วคลิกปุ่ม Edit
      หน้าต่างหมายเลข 2 ให้คลิก
          - ปุ่ม Connect automatically ให้มีเครื่องหมายถูกเพื่อให้การ์ดเน็ตเวิร์ก
             เริ่มทำงานทุกครั้งที่ boot เครื่อง Server
          - ปุ่ม IPv4 Setting
          - คลิกเลือก Manual ที่รายการ Method เพื่อกำหนดค่าการ์ดเน็ตเวิร์กเอง
          - คลิกปุ่ม Add แล้วตั้งค่าการ์ดเน็กเวิร์กตามที่ได้วางแผนไว้ข้างต้น
          - ในช่อง DNS ใส่ DNS ที่ต้องการ ในภาพตัวอย่างใส่  8.8.8.8
      แต่เราจะใส่เป็น 192.168.1.1 ตามที่ได้ทำไปแล้วในข้อ 10 ข้างต้นก็ได้
      เมื่อใส่ค่าต่างๆเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม Apply ด้านล่าง 

    centos6-2-56

 

55. จะมีหน้าต่างถามรหัสผ่านของ root ให้ใส่ไว้ในข้อ 15 ของการติดตั้งด้านบน ให้ใส่ลงไปแล้วคลิกปุ่ม Authenticate

   centos6-2-57

 

56. คลิกเมนู System เลือกรายการ Administration แล้วเลือกรายการ Services

    centos6-2-58

 

57. คลิกรายการ httpd จะเห็นว่าปุ่ม Disable ยังเป็นสีแดงแสดงว่า บริการนี้ยังไม่ถูกสั่งให้ทำงาน

    centos6-2-60

58. เลือกรายการ httpd แล้วคลิกปุ่ม Enable ให้มีสีเขียว เพื่อให้ Apache หรือก็คือบริการ httpd นั่นเอง
      เริ่มทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง แล้วคลิกปุ่ม Start

   centos6-2-59

 

59. คลิกรายการ mysqld แล้วคลิกคลิกปุ่ม Enable ให้มีสีเขียว เพื่อให้ MySQL
      เริ่มทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง แล้วคลิกปุ่ม Start

    centos6-2-61

 

60. คลิกรายการ network แล้วคลิกปุ่ม Enable ให้มีสีเขียว เพื่อให้ network
      เริ่มทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง แล้วคลิกปุ่ม Restart

    centos6-2-62

 

61. จากนั้นทดลองใช้ Firefox เปิดอินเตอร์เน็ตถ้าไม่มีปัญใดก็จะใช้เน็ตได้ตามภาพด้านล่าง

    centos6-2-63

 

ต่อไปเราจะใช้โปรแกรม SSH เพื่อ Remote เข้าไปติดตั้ง Packages หรือ Config ค่าต่างๆ หรือเปิด-ปิด บริการต่างๆ
ของ CentOS6.6 สำหรับวิธีติดตั้งและใช้ง SSH ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์
http://www.cc.kmutt.ac.th/internet/ftp_kmutt.htm
ท่านสามารถใช้โปรแกรม Putty และ WinSCP แทน SSH ได้เช่นกัน
62. ดับเบิลคลิกไอคอนโปรแกรม SSH 

    centos6-2-64

 

64. ใส่ IP เครื่อง Server และ Username ของ User ที่เราได้เพิ่มไว้แล้วคลิกปุ่ม Connect หรือกด Enter

    centos6-2-65

 

65. คลิกปุ่ม Yes

    centos6-2-66

 

66. ใส่รหัสผ่านของ User แล้วคลิกปุ่ม OK หรือกด Enter

    centos6-2-67

 

67. พิมพ์คำสั่ง su - เพื่อเข้าสู่ระบบด้วย User root แล้วกด Enter

    centos6-2-68

 

68. ใส่รหัสผ่าน root แล้วกด Enter ถ้าถูกต้อง Shell จะเปลี่ยนจาก $ เป็น #

    centos6-2-69

 

69. ทดลอง ping IP Server

    centos6-2-70

 

70. พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ ข้อความ [Enter] หมายถึงให้กด Enter
      service  iptables  stop   [Enter]
      service  ip6tables  stop   [Enter]
      chkconfig  iptables  off   [Enter]
      chkconfig  ip6tables  off   [Enter]
      ทั้ง 4 คำสั่งเป็นการปิดใช้งาน Firewall และปิดไม่ให้ Firewall ทำงานตอน Reboot เครื่อง
      สาเหตุที่ต้องปิด Firewall ก่อนเนื่องจากอาจเกิดปัญหาไม่สามารถ Remote เข้าใช้งาน
      ได้หรือเกิดปัญหาเว็บไซต์ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง Server เปิดไม่ได้ แต่เราสามารถเปิดใช้งาน
      Firewall ได้ภายหลัง

   centos6-2-71

 

71. ตรวจสอบ Firewall ว่าปิดหรือยังด้วยคำสั่ง
      chkconfig  --list  iptables  [Enter]
      chkconfig  --list  ip6tables  [Enter]

    centos6-2-72

 

ต่อไปเราจะใช้โปรแกรม nano ซึ่งเป็นโปรแกรมประเภท Text Editor คล้ายกับโปรแกรม Notepad ของ Windows
เพื่อแก้ไขไฟล์ต่างๆ ใน Linux มีโปรแกรมที่ทำงานคล้ายกับ nano อยู่หลายตัว เช่น
vi  เป็นโปรแกรม Text Editor ดั้งเดิม ท่านใดใช้ Linux บ่อยๆ ก็ต้องรู้จัก vi 
pico  เป็นโปรแกรม Text Editor อีกตัวที่น่าใช้งาน
รวบรวมการใช้งานคำสั่งต่างๆของ Command Line Text Editor ชื่อ nano
     1. การเปิดไฟล์ ใช้คำสั่ง  sudo nano -w filename
     2. 
การบันทีกการแก้ไข  Ctrl + o
     3. 
การ Copy ข้อความทั้งบรรทัด  Alt + ^
     4. 
การ Cut ข้อความทั้งบรรทัด  Ctrl + k
     5. 
การ Paste บรรทัดที่ Copy มา  Ctrl + u
     6. การค้นหาคำ  Ctrl + w
     7. การค้นหาคำ ต่อไป  Alt + w
     8. การเลือกข้อความ  Ctrl + Shift + 6  แล้วเลื่อน Cursor ไปซ้ายขวาจนได้เนื้อหาที่ต้องการ
     9. 
การ Copy ข้อความที่เลือก  Alt + Shift + 6
     10. 
การ Cut ข้อความที่เลือก  Ctrl + k
     
11. การ ออกจากโปรแกรม nano  Ctrl + x
     ข้อมูลจาก http://opensource.cc.psu.ac.th/วิธีใช้งาน_nano_เบื้องต้น

72. ปิดบริการ selinux ซึ่งก็เป็น Firewall อีกตัวด้วยการเข้าไปแก้ไขไฟล์ config ของ selinux ด้วยคำสั่ง
      nano  /etc/selinux/config

    centos6-2-73

 

73. ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อน Cursor ลงมาที่บรรทัด SELINUX = enforcing แล้วกดปุ่ม Ctrl+k
      เพื่อ Cut ข้อความทั้งบรรทัด จากนั้นกดปุ่ม Ctrl+u จำนวน 2 ครั้ง เราจะได้คำสั่ง
     SELINUX = enforcing 2 บรรทัด
     ให้ใส่เครื่องหมาย # ที่คำสั่ง SELINUX = enforcing บรรทัดแรกเพื่อคอมเมนต์ไว้ก่อน
     แล้วแก้ข้อความ enforcing ในคำสั่ง SELINUX = enforcing บรรทัดที่ 2 เป็น
     SELINUX = disabled
     แล้วก็กดปุ่ม Ctrl + o เพื่อบันทึกข้อมูลไฟล์ config
     แล้วก็กดปุ่ม Ctrl + x เพื่อออกจากโปรแกรม nano
     ท่านสามารถดูการใช้งานปุ่ม Ctrl + ตัวอักษรต่างๆ เพื่อใช้งานคำสั่ง nano ได้ที่ด้านล่างของโปรแกรม

centos6-2-74

 

74. Reboot เครื่องอีกรอบด้วยคำสั่ง reboot

centos6-2-75